วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2556


วันแม่แห่งชาติเวียนมาอีกแล้วหลายคนอาจไม่รู้ที่มาและความสำคัญของวันแม่แห่งชาติ ก็ตามมาอ่านข้างล่างได้เลยจ้า
งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน

โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน[1] ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน

โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

วันแม่ปีี 2556 หยุดยาวต่อเนื่องกับวันเสาร์อาทิตย์ อย่าลืมกลับบ้านไปบอกรักแม่นะครับ

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดาวน์โหลดบทความวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้ที่นี่ เราจะนำมาแบ่งปันให้ท่านดาวน์โหลดแบบจุใจ

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อุทาหรณ์สอนใจในวันทำบุญออกพรรษา

อุทาหรณ์สอนใจในวันทำบุญออกพรรษา
หลังจากวันเข้าพรรษาแล้ว 3 เดือนก็จะเป็นวันทำบุญอกพรรษาซึ่งก็เป็นวันหยุดอีกเหมือนเดิม และวันออกพรรษานี้เท่าที่สังเกตุ ผู้คนจะกลับบ้านเกิดมากกว่าวันสำคัญทางพุทธศาสนาอื่น อาจเป็นเพราะว่ากลับมาทำบุญอุทิศให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
กลางวันในวันออกพรรษาผู้คนก็จะไปที่วัดฟังพระธรรมเทศนาทั้งพระใหม่พระ เก่าก็ว่ากันไปซึ่งระยะเวลา 3 เดือนในการจำพรรษาก็เรียนรู้ฝึกฝนอยู่เป็นวัตร บางคนก็ดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูงเพราะนานๆเจอกัน บ้างก็ไปชนไก่ ฯลฯ

ส่วนกลางคืนก็จะมีการเวียนเทียนรอบโบสถ์ แต่ภาคอีสานจะมีการจุดประทัดและนี่ล่ะที่เป็นที่มาของบทความนี้เพราะเห็นว่า มันเป็นอันตรายถ้าผู้เล่นหรือจุดประมาทเลินเล่ออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุถึง พิกลพิการ
การเล่นประทัดในวันออกพรรษาที่เป็นข่าวทุกปีก็มีให้ เห็น จนบางคนถึงกับพิการมือกุด นิ้วขาดไปเลยก็มี

อยากจะฝากไว้ว่าออกพรรษาปีนี้ "ความสนุกบนความประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุ และอุบัติเหตุ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นทุกข์"

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วัตรปฎิบัติของพระสงฆ์ในวันออกพรรษา



 วันออกพรรษา พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรมใหญ่ที่เรียกว่า มหาปวารณา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากในระหว่างที่เข้าพรรษาอยู่ด้วยกัน พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และการให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนก็จะทำให้รู้ข้อบกพร่องของตน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันได้ด้วย

พระผู้ใหญ่ก็กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้มีอาวุโสน้อยก็สามารถชี้แนะถึงข้อไม่ดีของพระผู้ใหญ่ได้เช่นกัน แม้พระผู้ใหญ่จะมีอาวุโสมากกว่า แต่ท่านก็มิได้สำคัญตนผิดคิดว่าท่านทำอะไรแล้วถูกไปหมดทุกอย่าง เพื่อเป็นเครื่องมือชี้ให้เห็นวิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่ยอมให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ เหมือนล้อมรั้วไว้ก่อนที่วัวจะหาย

ไม่ว่าจะอยู่ในเทศกาลวันเข้าพรรษาหรือวันออกพรรษา พระท่านจะประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามระบอบของพระธรรมวินัยอยู่ตลอดเวลา

 สำหรับ คำกล่าว ปวารณา มีคำกล่าวเป็นภาษาบาลีเป็นดังนี้ "สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ" มีความหมายว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ วันออกพรรษา



วันออกพรรษามาทำบุญกัน วันออกพรรษา คือ วันสุดท้ายในการจำพรรษาของ พระภิกษุสงฆ์หรือวันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาของพระภิกษุตามวินัยบัญญัติ โดยพระวินัยบัญญัติให้พระภิกษุต้องอยู่ประจำที่หรืออยู่ในวัดแห่งเดียวตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ในช่วงฤดูฝน ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (หรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ในกรณีเข้าพรรษาหลัง) ของทุกปี

ปล่อยนกปล่อยปลา ปล่อยโคมไฟสะเดาเคราะห์ฟังเทศนา เข้าวัดจำศีล ทำบุญอุทิศให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ที่มาของวันออกพรรษา

ทำบุญวันออกพรรษา

หลายท่านอาจรู้อยู่แล้วว่าวันออกพรรษามีที่ไปที่มาอย่างไร มีผู้กล่าวไว้สั้นๆได้ใจความว่า วันออกพรรษา คือ วันสุดท้ายในการจำพรรษาของ พระภิกษุสงฆ์หรือวันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาของพระภิกษุ ตามวินัยบัญญัติโดยพระวินัยบัญญัติให้พระภิกษุต้องอยู่ประจำที่ หรืออยู่ในวัดแห่งเดียวตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ในช่วงฤดูฝน โดยมีข้อหามและการวปวารณา

“อนุชานามิภิกขะเววัสสังวุตถานัง ภิกขูนัง ตีหิฐาเนหิ
ปะวาเรตุง ทิฏเฐนะวา สุเตนะวา ปะริสังกายะวา...”

ซึ่งแปลว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาแล้วปวารณากัน ในสามลักษณะ คือด้วยการเห็นก็ดีด้วยการได้ยินก็ดีด้วยการสงสัยก็ดี”

วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (หรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ในกรณีเข้าพรรษาหลัง)ของทุกปี

ทำบุญออกพรรษาปีนี้งดเมาแล้วเข้าวัด